เนื้อหาของการประเมินประกอบด้วย 3 ส่วนคือ การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ และตอนนี้ผลการประเมินก็ออกมาเป็นที่เรียบร้อย อยากรู้มั้ยล่ะคะว่าเด็กไทยของเราคว้าที่เท่าไหร่มา ?
อันดับ 1 จีน(เซี่ยงไฮ้)
ได้ที่หนึ่งอย่างไม่ยากเย็นค่ะ อย่างที่เรารู้ๆ กันว่า ถ้าพูดถึงคนจีนเมื่อไหร่ เราก็จะนึกถึงความขยันกันเป็นอย่างแรก ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานหรือนักเรียนเนี่ยก็จะขยันกันมากๆๆๆ ถ้าใครเคยไปเรียนเมืองนอกแล้วมีคนจีนเรียนอยู่ในคลาสด้วย ทุกคนจะบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยค่ะว่าเด็กจีนเก่งมากกกก ถึงไม่เก่งก็ขยันและพยายามสุดๆ ทำไม่ได้ก็จะทำให้ได้ ยังไงก็ต้องได้
นาทีนี้เกาหลีใต้เค้ามาแรงจริงๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องบันเทิง แต่เรื่องการเรียนก็ไม่เป็นรองใคร เพราะการเรียนของเกาหลีใต้เค้าจะมีจุดเด่นที่การเรียนพิเศษ บ้านเราว่าเราเรียนกันหนักแล้ว เกาหลีใต้หนักกว่าเยอะค่ะ การเรียนพิเศษแล้วเลิกเรียน 4-5 ทุ่มถือเป็นเรื่องธรรมดามาก ช่วงสอบยิ่งแล้วใหญ่ เลิกตี 2 ตี 3 กันเป็นว่าเล่น ฟังแล้วก็เหนื่อยแทน แต่เห็นผลประเมินระดับนานาชาติออกมาได้ที่ 2 แบบนี้ ต้องขอคารวะในความอึดจริงๆ ค่ะ
อันดับ 3 ฟินแลนด์
เป็นประเทศที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่คุ้นกันเท่าไหร่ แต่มาคว้าอันดับ 3 ไปอย่างนี้ ไม่ใช่ธรรมดาแล้วล่ะค่ะ ที่ฟินแลนด์เนี่ยเค้าจะให้ความสำคัญกับการศึกษามากๆ โดยเริ่มตั้งแต่ชั้นประถม นักเรียนแต่ละห้องจะมีแค่ไม่เกิน 20 คน แล้วจะให้เรียนไม่เกินวันละ 5 ชั่วโมงเท่านั้น (บ้านเรากี่ชั่วโมงหว่า 555) แต่เค้าจะเสริมด้วยกิจกรรมอื่นๆ ที่ช่วยพัฒนาทักษะเด็กแทน เพราะมีความเชื่อว่า เรียนแค่ตัวหนังสือไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้หากิจกรรมมาพัฒนาสมองของเด็กดีกว่า
อันดับ 4 ฮ่องกง-จีน
เหตุผลหลักๆ ก็คงไม่ต่างจากอันดับ 1 เพราะเป็นคนจีนเหมือนกัน นอกจากนี้อย่างที่เรารู้ๆ กันก็คือ ฮ่องกงเคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อน ดังนั้นอังกฤษจึงวางรากฐานในทุกๆ ด้านให้กับฮ่องกงไว้อย่างดี ดีไม่ดีแค่ไหน การศึกษาฮ่องกงก็ชนะอังกฤษไปแล้วอ่ะค่ะ 555 แถมมหาวิทยาลัยของฮ่องกงหลายที่ก็ติดอันดับโลก ขอบอกเลยค่ะว่า คนฮ่องกงแทบทุกคนเนี่ยพูดภาษาอังกฤษเก่งมากๆๆๆ แถมคนฮ่องกงบางคนนอกจากจะมีชื่อจีน ก็ยังมีชื่อภาษาอังกฤษด้วยล่ะ ไฮโซได้อีก
อันดับ 5 สิงคโปร์
ที่ประเทศสิงคโปร์เนี่ยเป็นประเทศที่มีคนจีนอาศัยอยู่เยอะมากๆ ค่ะ ดังนั้นความขยันและพยายามก็เลยตามมาด้วย^^ ถึงจะเป็นแค่เกาะเล็กๆ แต่การศึกษาของสิงคโปร์ไม่เป็นรองใครค่ะ ไม่ว่าจะเป็นระดับมัธยมหรือมหาวิทยาลัย สถาบันหลายๆ แห่งติดอันดับท็อปของเอเชียและระดับโลก โรงเรียนนานาชาติก็มีเยอะแยะมากมาย แต่ละที่ก็น่าเรียนทั้งนั้น
อันดับ 6 แคนาดา
อันดับ 7 นิวซีแลนด์
อันดับ 8 ญี่ปุ่น
อันดับ 9 ออสเตรเลีย
อันดับ 10 เนเธอร์แลนด์
.......................
อันดับ 50 ไทย อันดับ 51 ตรินิแดด อันดับ 52 โคลัมเบีย อันดับ 53 บราซิล อันดับ 54 มอนเตเนโกร อันดับ 55 จอร์แดน อันดับ 56 ตูนีเซีย อันดับ 57 อินโดนีเซีย อันดับ 58 อาร์เจนติน่า อันดับ 59 คาซัคสถาน อันดับ 60 แอลบาเนีย อันดับ 61 กาตาร์ อันดับ 62 ปานามา อันดับ 63 เปรู อันดับ 64 อาเซอร์ไบจาน อันดับ 65 คีร์กิจสถาน






























การเรียนถ่ายภาพที่ไฮสคูล เค้าเรียนกันตั้งแต่ม.ต้นเลย การเรียนของเค้ามีถึงขั้นการไปออกทริป ส่งประกวดระดับโรงเรียนระดับเขต คนที่สนใจเรียนก็ต้องมีกล้องเป็นของตัวเองสะก่อน จะกล้องแบบไหนก็ได้ เพราะการเรียนภาพถ่ายระดับไฮสคูล เค้าจะสอนกันในระบบเบื้องต้น + มุมมองการถ่ายภาพมากกว่า
เหมาะกับคนใจรักเสียงดนตรีที่อยากจะเปล่งเสียงออกมา ซึ่งอันนี้อาจจะเป็นข้อได้เปรียบของประเทศตะวันตกที่เค้ามีบุคลากรที่ชำนาญด้านวงออเครสตร้าเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการที่จะหาอาจารย์มาสอนออเครสตร้าของไทยยังมีไม่มากนักและลำบากด้วย
วิชานี้เหมาะกับคนที่รักเด็กและใจเย็น เพราะจะได้ลองเลี้ยงเด็กกันจริงจังมาก ตอนแรกอาจจะเป็นลูกของครูในโรงเรียนนี้แหละ แต่พอเริ่มเก่งแล้ว อาจจะออกไปตามสถานที่เลี้ยงเด็กต่างๆ เพื่อลองเป็นพี่เลี้ยงเด็กกันจริงๆ
เน้นหลักๆที่การแสดงละครเวที ใครถนัดอะไรก็เลือกได้เลย พระเอก พระรอง นางเอก นางรอง นางร้าย ฯลฯ ซึ่งใครมีแววก็จะได้เล่นในงานต่างๆของโรงเรียน ซึ่งสนุกกันมากเพราะเด็กฝรั่งกล้าแสดงออก เล่นที่สุดเหวี่ยง อินได้อีก
เป็นวิชาที่น่าสนใจและน่าเรียนมาก เพราะไฮเทคและอินเตอร์สุดๆ แถมยังเก็บเป็นพอร์มฟอลิโอไว้สมัครเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วย โดยจะเริ่มสอนตั้งแต่โปรแกรมพื้นฐาน Photoshop ไปยัง Illustrator, Maya 3D ซึ่งในเมืองไทยบางโรงเรียนก็มีเปิดสอนแล้ว ถือว่าเป็นประโยชน์กับตัวเอง











